โรคความดันโลหิตสูง

โรคความดันโรหิตสูง

เป็นโรคที่คนส่วนมากรู้จักหรือคุ้นหู แต่น้อยคนที่จะทราบว่า โรคนี้เป็นโรคที่เกิดแพร่หลายทั่วโลกมากที่สุดโรคหนึ่ง โรคความดันโลหิตสูงมีความชุกสูงในประชากรสูงอายุไทย และโรคนี้เป็นหนึ่งในโรคที่บั่นทอนสุขภาพ รวมทั้งคร่าชีวิตผู้สูงอายุไปปีละไม่น้อย

ความดันโลหิต หมายถึง แรงดันภายในหลอดแดง ซึ่งเกิดจากการที่หัวใจบีบตัวฉีดเลือดที่มีออกซิเจนและสารอื่น ๆ เข้าสู่หลอดเลือด เพื่อดันเลือดให้กระจายไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายระดับของความดันโลหิตที่วัดได้มี 2 ระดับ คือ ค่าสูงสุด (ซิสโตลิค) ตรงกับขณะที่หัวใจบีบตัวฉีดเลือดเข้ามาในท่อโลหิตแดงเต็มที่ ค่าต่ำสุด (ไดแอสโตลิค) ตรงกับระยะที่หัวใจหยุดพักการบีบตัว ค่าความดันทั้ง 2 ค่านี้มีความสำคัญทั้งคู่

ความดันดลหิตจะเปลี่ยนแปลงตามอายุ เพส กรรมพันธุ์ เชื้อชาติ น้ำหนักตัว และภาวะของอารมณ์ต่าง ๆ ดังนั้น ความดันโลหิตจะแปรผันไม่คงที่ การวัดความดันโลหิตผู้ที่ถูกวัดควรอยู่ในภาวะ “สงบ” มากที่สุด การตื่นเต้น ตกใจ ดีใจ หรือออกกำลังกาย ความดันโลหิตจะเพิ่มความสูงขึ้น และลดต่ำขณะพักผ่อนหรือนอนหลับ

อาการของความดันโลหิตสูง

อาการที่พบ จำแนกได้ 3 ระยะ คือ

  1. ระยะเริ่มแรก ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะไม่มีอาการทางร่างกายปรากฏให้เห็น
  2. ระยะปานกลาง ผู้ป่วยมักไม่รู้ตัวว่ามีความดันโลหิตสูง อาการเป็น ๆ หาย ๆ อาจปรากฏอาการผิดปกติ เช่น หัวใจเต้นแรง ตื่นเต้น นอนไม่หลับ มือสั่น ปวดศีรษะถ้าได้รับการรักษาในระยะนี้ อาจจะหายได้ หรือโรคจะไม่ลุกลามรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นผู้สูงอายุหรือผู้ดูแล ถ้าพบอาการผิดปกติดังกล่าว ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อตรวจสุขภาพและเล่าอาการดังกล่าว
  3. ระยะรุนแรง อาการที่พบ คือ ปวดบริเวณท้ายทอดเป็นมากเวลาตื่นนอนตอนเช้า และดีขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงบ่าย/เย็น อาจจะมีอาการมีนศีรษะ เวียนศีรษะ ตาพร่ามัว อ่อนเพลีย ใจสั่น

โรคความดันโลหิตสูง

อันตรายของโรคความดันโลหิตสูง

อันตรายของโรคความดันโลหิตเพิ่มความสูง เป็นประเภท อันตรายเงียบ หรืออาจเรียกว่าเป็น มาตรกรเงียบ เพราะโรคนี้ในระยะแรกไม่มีอาการแสดงออกให้เห็นชัดเจน และปล่อยเป็นเวลานาน กว่าผู้ป่วยจะรู้ตัวก็สายเสียแล้ว อวัยวะต่าง ๆ ที่สำคัญของร่างกายถูกกระทบกระเทือนจนเสื่อมสมรรถภาพหรือแม้กระทั่งอาจสูญเสียอย่างกระทันหัน โดยที่ไม่รู้ตัวว่ามีความดันโลหิตสูง

  • หลอดเลือดแดง  หลอดเลือดแดงโป่งพอง อุดตัน
  • หัวใจ หัวใจทำงานหนัก เหนื่อย หอบ หัวใจวาย
  • สมอง ไตเสื่อม เกิดภาวะไตวาย
  • ตา  สายตาเสีย หรือ ตาบอดได้

ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงที่วัดอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นค่าสูงสุดหรือต่ำสุด หรือทั้ง 2 ค่าก็ตาม สูงกว่าระดับปกติ ถือว่าเป็นความดันโลหิตสูงการวินิจฉัยว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง ต้องตรวจวัดอย่างน้อย 3 ครั้ง ในระยะห่างกันอย่างน้อย 5 นาที โดยให้ผู้ถูกวัดนอนพักร่างกายและจิตใจ

สาเหตุของโรคความดันโลหิตสูง

เกิดจากทั้งที่ทราบสาเหตุและไม่ทราบสาเหตุที่ทราบสาเหตุอาจเกิดจากความผิดปกติหรือโรคต่าง ๆ เช่น โรคไต ต่อมไร้ท่อ หัวใจ เบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงในหญิงตั้งครรภ์ ความดันโลหิตเพิ่มความสูงจากการได้รับยาและสารบางจำพวก เช่น ยาคุมกำเนิด เป็นต้นสำหรับที่ไม่ทราบสาเหตุ พบร้อยละ 80-90 ของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ซึ่งอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ เป็นต้น

การปฏิบัติตัวของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง

  • งดอาหารรสเค็มจัด
  • ควบคุมน้ำหนัก ลดอาหารจำพวกแห้ง ไขมัน ของหวาน
  • งดบุหรี่และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
  • พักผ่อน ลดความเครียด ทำจิตใจให้แจ่มใส
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอเบา ๆ ห้ามออกกำลังกายโดยใช้กำลังและแรงเบ่งสูง เช่น ยกน้ำหนัก
    วิดพื้น วิ่งอย่างรวดเร็ว ฯลฯ
  • มีอาการปวดศีรษะ หน้ามือ เหนื่อยง่าย ต้องรีบไปพบแพทย์
  • ผู้ที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง จะต้องปฏิบัติตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  • ผู้ที่มีอาการรุนแรงและแพทย์ให้รับประทานยา จะต้องปฏิบัติตามที่แพทย์สั่ง ห้ามเพิ่ม ลด หรือหยุดยาด้วยตนเอง การหยุดยาเพียง 1-2 วัน อาจมีอาการถึงขีดอันตรายได้

Leave a Comment

error: Content is protected !!